Menu

(นัก) การเมืองสีเขียว

18 ม.ค. 2562
(นัก) การเมืองสีเขียว

      หลังจากบริหารงานในตำแหน่งมา 5 ปี วันที่ 1 มีนาคม 2558 โฮเซ่ “เปเป้” มูฮิก้า (Jose Mujica) ประธานาธิบดีแห่งอุรุกวัย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่ “จนที่สุดในโลก” ก็ก้าวลงจากตำแหน่ง ขับโฟล์กเต่าวินเทจสีฟ้าเก่า ๆ ออกนอกทำเนียบ กลับบ้านหลังเล็ก ๆ ที่รายล้อมด้วยแปลงผัก เรื่องราวการใช้ชีวิตแบบพอเพียง เรียบง่าย และมีจิตใจงดงามของประธานาธิบดีมูฮิก้าเป็นข่าวไปทั่วโลก รวมทั้งการบริจาคเงินเดือนประจำตำแหน่งที่ได้รับเดือนละ12,000 ดอลลาร์ (ราว 420,000 บาท) ให้การกุศลกว่าร้อยละ 90 เป็นประจำ เงินที่เขาบริจาค ให้แก่คนยากจนและผู้ประกอบการขนาดเล็ก ทำให้ผู้นำท่านนี้ยังชีพด้วยรายได้ในระดับค่าเฉลี่ยของชาวอุรุกวัยทั่วไป คือราว 755 ดอลลาร์ หรือสองหมื่นกว่าบาทต่อเดือน

     อุรุกวัยได้ชื่อว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ติดอันดับความยากจนที่สุดในโลก แต่น่าปลื้มที่มีนักการเมืองที่ใจกว้างอย่างบริสุทธิ์ที่สุดในโลก ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน (United Nations Conference on Environment and Development-UNCED) หรือ Rio+20 (จัดที่เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล) เมื่อปี 2554 ผู้นำอุรุกวัยซึ่งเป็น 1 ในผู้นำ 150 ประเทศที่เข้าประชุม ให้สัมภาษณ์แบบสวนกระแสว่า หลายประเทศต่างพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน “แต่เรากำลังคิดอะไรอยู่? เราต้องการรูปแบบการพัฒนาและการบริโภคของประเทศร่ำรวยเช่นนั้นหรือ? ผมขอถามคุณว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ หากชาวอินเดียมีสัดส่วนการครอบครองรถต่อครัวเรือนเท่าเยอรมนี? แล้วเราจะเหลือออกซิเจนไว้หายใจอีกเท่าไหร่?

      โลกใบนี้จะมีทรัพยากรเพียงพอตอบสนองให้คน 7 หรือ 8 พันล้านคน มีระดับการบริโภคและสร้างขยะเท่ากับประเทศร่ำรวยหรือเปล่า? นี่เป็นระดับการบริโภคที่เกินจำเป็นที่กำลังทำร้ายโลกของเรา” นายมูฮิกายังกล่าวตำหนิผู้นำในโลกอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ที่ฝังความเชื่อผิดๆ ว่าการสร้างการเติบโต คือการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งในที่สุดจะนำไปสู่จุดจบของโลก ไม่ต้องสงสัยว่านายมูฮิกาคือนักการเมืองในอุดมคติของชาวอุรุกวัย แต่ก็ไม่ง่ายที่จะนิยามว่านักการเมืองในอุดมคติเป็นอย่างไร เป็นการง่ายกว่าที่จะบอกว่าเราอยากได้หรือไม่อยากได้นักการเมืองแบบไหน ที่จะเข้ามาช่วยสร้างการเมืองสีเขียว ยังพอมีเวลาพินิจนักการเมืองในบ้านตัวเองให้ลึกซึ้ง ก่อนเข้าคูหาแล้วกาเบอร์ในปีหน้า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Roque Planas, HuffingtonPost, Waking Times (Thanks to Earth We Are One)
 
© 2018 Power For Sustainable Future Foundation. All Rights Reserved