Menu

"โซล่าเซลล์...แสงแห่งอนาคต"

18 ม.ค. 2562
"โซล่าเซลล์...แสงแห่งอนาคต"

     แทบไม่น่าเชื่อว่าเตารีดที่ทำด้วยเหล็ก ให้ความร้อนด้วยการใส่ถ่านไม้ที่คุแดงในช่องแผ่นเหล็กที่คนสมัยก่อนใช้รีดผ้า ทุกวันนี้ยังมีใช้กันอยู่ในชุมชนบ้านแม่กระบุง
บ้านแม่กระบุง ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ตั้งอยู่ในโอบล้อมภูเขาที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อันที่จริงหมู่บ้านอยู่ไม่ไกลจากตัวเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้เป็นอันดับสองของประเทศ แต่ระยะทางใกล้ มิได้ช่วยให้ระบบสายส่งไฟฟ้าเข้ามาถึงที่นี่ ด้วยลักษณะภูมิประเทศและเงื่อนไขในการที่ชุมชนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฯ

แสงสว่างเพื่อให้เด็ก ๆ ทำการบ้าน อ่านหนังสือในยามค่ำคืน หรือติดตามข่าวสารจากโทรทัศน์มาจากเครื่องปั่นไฟที่ส่งเสียงดัง ต้องใช้กำลังทรัพย์ในการซื้อน้ำมันมาเติมเครื่องปั่นไฟ บ้านที่ไม่มีเครื่องปั่นไฟก็ต้องอาศัยขอพ่วงไฟจากบ้านข้างๆ หรือไม่ก็จุดตะเกียงใช้ตามอัตภาพ 
บ้านของ สายยัน อารีย์ เป็นบ้านหลังหนึ่งที่พ่วงไฟมาจากบ้านญาติ เขาได้ใช้ไฟวันเว้นวัน เพราะเจ้าของเครื่องปั่นไฟต้องออกเร่ขายของ การเดินเครื่องปั่นไฟเพื่ออาศัยแสงสว่างเพียงหลอดเดียว เป็นการลงทุนไม่คุ้มค่า ถ้าน้องฟาน-ลูกสาวของเขาต้องทำการบ้าน หรือตัวเขาอยากจะอ่านหนังสือก็ต้องส่องด้วยไฟฉายคาดศีรษะ หรือไม่ก็จุดเทียน
     การใช้ชีวิตแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านหลายคนมีปัญหาด้านสายตา ธัญญากาญจน์ งามยิ่ง ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดต้นมะพร้าว หรือ “ครูมะ” เล่าว่า หลานวัยรุ่นของเธอไปสอบเป็นทหารในกองพันจู่โจมที่ลพบุรี ข้อเขียนทุกอย่างผ่านหมด แต่สอบตก เพราะเรื่องสายตา
     ความหวังเรื่องไฟฟ้าเพื่อแสงสว่างจุดประกายขึ้นเมื่อ สัญญา โปยกัก นายกองค์การบริหารตำบลแม่กระบุง ไปดูงานการสร้างไฟฟ้าพลังน้ำที่บ้านขนุนคลี่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งส่วนปฏิบัติการระบบท่อเขต 8 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ทำไว้ให้ชุมชนที่นั่น เขาได้ปรึกษากับส่วนปฏิบัติการระบบท่อเขต 8 ซึ่งได้รับการแนะนำให้ทาง อบต.แม่กระบุงทำโครงการขอรับการสนับสนุนจากมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน

มูลนิธิฯ ลงไปสำรวจพื้นที่ พบว่าการนำพลังน้ำที่บ้านแม่กระบุงมาใช้ผลิตไฟฟ้า ให้ผลเชิงศักยภาพไม่คุ้มค่า เนื่องจากพลังน้ำมีปริมาณไม่เพียงพอ และต้องใช้งบประมาณสูงในการสร้างฝายกักเก็บน้ำ ตลอดจนสายส่งไฟฟ้า แต่พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด ในการทำงาน เน้นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้ชุมชนได้เรียนรู้ เกิดความเข้าใจเพื่อให้มีความสามารถจัดการและพึ่งตนเองได้ มีการอบรมให้ความรู้เรื่องระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์และการติดตั้ง รวมทั้งสร้างทีมช่างอาสาสมัครชุมชนขึ้น จากนั้นจึงติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 300 วัตต์ จำนวน 30 แผ่น กำลังจ่ายไฟรวม 9,000 วัตต์ ให้กับสำนักงาน อบต.แม่กระบุง ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ และที่วัดมะพร้าว แห่งละขนาด 300 วัตต์ ส่วนตามบ้านเรือนติดตั้งขนาด 50 วัตต์ จำนวน 97 ครัวเรือน

“ตอนนี้เดินไปไหน ไฟสว่างเกือบทุกบ้าน เราจะสำรวจและติดบ้านที่มีคนอยู่ประจำก่อน บ้านหนึ่งจะติดไฟ 3 จุด คือ ห้องน้ำ ห้องครัว และในตัวบ้าน” นายกสัญญา เล่าด้วยความภาคภูมิใจ เขาบอกว่า แม้แผงสุริยะที่ติดตามบ้านจะเป็นแผงขนาดเล็ก แต่ก็ถือว่าให้ความสะดวกสบายมากกว่าเดิมมากแล้ว เด็ก ๆ มีแสงสว่างเพื่อทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือชาร์จแบตโทรศัพท์ ในตอนเช้า ชาวบ้านก็ลุกขึ้นมาทำกิจวัตรได้โดยไม่ต้องรอแสงตะวัน
     
ที่ผ่านมา สายยันต้องช่วยค่าน้ำมันเป็นค่าพ่วงไฟฟ้าให้กับญาติ เดือนละ 500 บาท หลังจากติดเซลล์แสงอาทิตย์ เขาจ่ายลดลง เหลือเดือนละ 100 บาท เพราะยังต้องขอพ่วงไฟใช้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงาน ส่วนเรื่องการถ่ายเอกสารอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนอยู่ในเมือง แต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับชาวบ้านแม่กระบุง ทั้งตำบลมีเครื่องถ่ายเครื่องเดียวที่ อบต.แม่กระบุง แต่เมื่อมีไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ก็ช่วยให้มีความสะดวกมากขึ้น เพราะเดิม เครื่องปั่นไฟจะหยุดทำงานตอนพักเที่ยง และหลังสี่โมงเย็น ที่สำคัญ งบประมาณในการใช้จ่ายค่าน้ำมันที่อบต.แบกรับ สูงถึงปีละ 500,000 บาท ตอนนี้ก็ลดลงมากกว่าครึ่ง
     การทำแผนการเรียนการสอน ทำงบประมาณเพื่อส่งให้ อบต. สำหรับโรงเรียนก็สะดวกขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อน การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ เป็นสิ่งที่ต้องคิดหนัก เพราะหมายถึงค่าใช้จ่าย อุปกรณ์ส่วนใหญ่จึงถูกวางทิ้งจนฝุ่นจับ ตอนนี้ ก็ได้เวลาปัดฝุ่น
     ทีวีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่งเสียงอีกครั้งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ภาพโลกใต้น้ำในทะเล หรือการดำเนินชีวิตของสัตว์ป่าในจอทีวี เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจ และจากนี้ไป ก่อนนอนตอนบ่ายในแต่ละวัน เด็ก ๆ ก็จะมีโอกาสเรียนรู้โลกกว้างผ่านสารคดีที่น่าสนใจ พลังงานทางเลือกที่สะอาด ประหยัด กลายเป็นสิ่งสำคัญของคนแม่กระบุงหวังว่าพวกเขาคงนอนหลับสนิท และพบกับเช้าวันใหม่ที่สดใสขึ้น
© 2018 Power For Sustainable Future Foundation. All Rights Reserved